หลังจากบทความ Year In Review 2016 ผ่านไปแล้ว บทความนี้ก็เป็นบทความแรกของปี 2017 ก็ไม่รู้จะเขียนเกี่ยวกับอะไรดีเหมือนกัน ซึ่งวันนี้ก็เป็นโปรแกรมเมอร์ปกติดีๆไม่ชอบ ดันอยากออกไปวิ่ง มาดูซิว่าผมจะได้อะไรจากการวิ่งครั้งแรกของปี 2017 บ้างนะ ถ้าอยากรู้แล้ว กดคลิกอ่านเลยจ้า (ถ้าไม่อยากรู้ก็คลิกอ่านได้นะกั๊ฟฟ)

บทความนี้คงไม่ได้สอนเทคนิคการวิ่งนะครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหรือกีฬามากนัก และเนื้อหาเกี่ยวกับการวิ่งนั้นก็มีมากมาย สามารถค้นหาใน Google ได้ไม่ยาก ดังนั้นเนื้อหาของบทความนี้จะเน้นไปที่ สิ่งที่(ผม)ได้จากการวิ่งมากกว่าครับ

คำเตือน!!! บทความนี้มีระดับความอวดอยู่ที่ 8/10 นาจา

เริ่มด้วย: สถิติวันนี้

เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มวิ่ง ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะวิ่งได้สักแค่ไหน เลยลองถามเพื่อนที่ชอบมาวิ่งอยู่แล้วว่า ปกติวิ่งกันยังไง ก็ได้คำตอบว่า “ก็วิ่งไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 รอบ” อุต๊ะ!! 10 รอบนี้ไม่เรียกว่าเรื่อยๆแล้วมั้ง เราก็เลยคิดในใจว่า “เอาว่ะ ครั้งแรกได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น (แต่ถ้าได้ 10 รอบก็จะดีใจมาก แอบคิดลึกๆ)” สุดท้ายผลที่ได้คือ ท่าาาาด้าาาาาาา

ระยะเวลา: 45 นาที
จำนวนรอบ: 11 รอบ
ระยะทาง: 4,400 ม.

โอ้ว ยังไหวแฮะ ไม่เสียแรงที่เราไปว่ายน้ำมา ว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกับว่ายน้ำด้วยหรอเนี๊ย!!! ไปดูหัวข้อต่อไปกันเลยจ้า (แต่เป้าหมายในวันนี้ก็สำเร็จไปแล้วจ้าา)

ความเหมือนที่แตกต่างกับการว่ายน้ำ

ต้องบอกก่อนนะครับว่าก่อนจะมาวิ่งในวันนี้ ผมก็ว่ายน้ำเป็นประจำอยู่แล้ว แม้ไม่บ่อยมาก แต่ก็พยายามไม่ห่างไปนานๆ แต่ก็นั้นนะสิเนอะ มันจะมาเกี่ยวข้องกันยังไงนะ แน่นอนอยู่แล้วครับ มันคงไม่ได้เหมือนกันแบบ 100% แน่ๆ เพราะการว่ายน้ำส่วนมากเราจะใช้กำลังจากแขนเป็นหลัก ส่วนการวิ่งก็ใช้กำลังจากขา(ยกเว้นนักกีฬาพาราลิมปิคนะเออ) แต่สิ่งที่ผมสังเกตุว่ามันเหมือนกันคือการมองเป้าหมาย ผมสังเกตุตัวเองว่าตอนที่ผมว่ายน้ำใกล้จะถึงขอบสระมากเท่าไหร่ หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ อาการลุ้นจะเริ่มเข้ามา และมันก็เป็นอาการเดียวกันกับตอนวิ่งเลยครับ ตอนที่นับจำนวนรอบช่วง 1-6 รอบ มันก็เฉยๆนะ แต่ยิ่งเข้าใกล้เลข 10 มากขึ้น อาการลุ้นก็มาอีกแล้ว (ซึ่งอาจจะเป็นเพราะแรงเราใกล้จะหมดก็เป็นได้) แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ามันคือ

“ความกลัว”

“กลัวว่าเราจะไปไม่ถึงเป้าหมาย”
“กลัวว่าเราจะหมดแรง”
“กลัวว่า…”

และอีกหลากหลายความกลัวที่ระดมเข้ามาในหัวเลยทำให้เราลุ้น แล้วไม่อยากจะก้าวไปข้างหน้า แต่สิ่งที่ทำให้วิ่งไปได้ 11 รอบนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่า

“การหยุดคิด”

ห๊ะ!!! แค่หยุดคิดเน๊ยนะ ใช่แล้วครับ ก็แค่มองไปข้างหน้าเฉยๆ แล้วมองคนที่เค้าวิ่งอยู่ข้างหน้าเรา เค้ายังไม่เห็นกลัวอะไรเลย ก็วิ่งต่อไปสิ (ข้างหน้ามีอะไรให้น่ามองกว่าเยอะ อย่าคิดมากนะครับ หุหุ ^^ มองทางๆ)

group-run-800x449

เมื่อการวิ่งไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ที่ปลายเท้า

ฟังดูแปลกๆโน๊ะ (จริงๆมันก็แปลกมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วหละ) จั่วหัวไว้แบบนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ตั้งเป้าหมายในการวิ่งนะครับ การตั้งเป้าหมายยังเป็นสิ่งที่ควรทำและต้องทำอยู่ ไม่ว่าเราจะวิ่ง กี่รอบหรือกี่นาทีก็ตาม ก็ควรตั้งครับ แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ใช่ปลายทาง แต่คือตอนที่เราก้าวต่างหาก แค่ก้าวแรกก็สำคัญแล้ว เพราะ

“A journey of a thousand miles must begin with a single step.”
“หนทางไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก”

เล่าจื๊อ

และหากเราหยุดก้าวเมื่อไหร่ ความเป็นไปได้ที่จะถึงเป้าหมายก็จะน้อยลงและช้าลงทีละนิดๆ ดังนั้นเมื่อตั้งเป้าหมายไปแล้ว ให้เรามาสนใจเท้าของเราที่กำลังก้าวอยู่ดีกว่าการมัวแต่มาคิดถึงเป้าหมาย เพราะ

“The only way to reach the goal is moving forward.”
“ทางเดียวที่จะถึงเส้นชัย คือก้าวต่อไปข้างหน้า”

shoestie

สรุป

ที่ผมเล่าทั้งหมดอาจจะดูเป็นแค่เรื่องวิ่งธรรมดาๆ ไม่เห็นต้องมาคิดอะไรให้เยอะเลย แต่ผมชอบนำมาปรับใช้กับเรื่องอื่นๆอยู่เสมอ เช่น การทำงาน หลายๆครั้งเราที่เราโดนสั่งงานให้ทำอย่างงั้นทำอย่างโน้น แค่มองเป้าหมายก็ขี้เกียจแล้ว แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าเรารีบหั่นงานออกเป็นสเต็บๆ เหมือนการวิ่งทีละก้าว หรือการว่ายน้ำทีละสโตรก ค่อยๆทำไปทีละนาที ทีละชั่วโมง ทีละวัน แต่ให้ทำอย่างแต่เนื่อง สุดท้ายงานก็จะเสร็จออกมาได้อย่างภาคภูมิใจ แต่ถ้าเรามันแต่คิดถึงแต่ผลลัพธ์ บางครั้งมันก็บั่นทอนกำลังใจลงไปทุกวันไม่น้อยเลยนะครับ ถ้าเกิดยังคิดอะไรไม่ออก แนะนำให้เลื่อนไปอ่านคำคมอีกรอบนาจา แต่ที่สำคัญคือวันนี้ ผมทำภารกิจสำเร็จไปแล้ว 1 อย่างแล้วจ้าาาาาา

และก่อนจะลาจากกันในวันนี้ก็ขอฝากคำคมไว้อีก 1 อันนะครับ ถ้าเยอะกว่านี้เดี๋ยวจะเป็นบทความรวมคำคมไป

“Getting started is hard, but the next step is harder.”
“การเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก แต่การก้าวต่อไปเป็นเรื่องยากกว่า”

ถกลเกียรติ วีรวรรณ

แล้วมาเจอกันใหม่ในบทความหน้า ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคร้าาาบ^^

 

วิ่งอย่างไรไม่ให้เหนื่อย

http://th.wikihow.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2

Advertisements