นวดไทย 2 ชม. ครั้งแรกในชีวิต ชิวๆ(หราาา!?)

ถือว่าเป็น Blog ที่ไม่ค่อยเป็นทางการสักเท่าไหร่นะครับ พอดีว่าช่วงนี้มีโอกาสได้ไปนวดมา 3-4 ที่ และล่าสุดไปโดนร้านนึงนวดซะน่วมเลย(นวดหรือทำไรนิ?) เลยเกิดแรงบันดาลใจอยากเขียนบันทึกความทรงจำไว้สักหน่อย รูปภาพอาจจะน้อยกว่า Blog สายเที่ยวหน่อย เพราะจู่ๆก็เกิดอยากเขียนขึ้นมาโดยที่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ไปดูกันเลยว่าจะรอดหรือจะร่วงกันแน่

1. Let’s Relax

ที่แรกอย่างเป็นทางการคือร้านนี้เลยซึ่งมีหลายสาขาอยู่นะ ใครอยู่ใกล้ที่ไหนก็ไปใช้บริการกันได้เลย แต่สาขาที่มี Onsen จะมีที่ทองหล่อ ที่ใช้คำว่าเป็นทางการเพราะก่อนหน้านี้มีไปนวดที่อื่นมาก่อนแล้วบ้าง แต่เฉยๆถือว่าไม่นับ และแน่นอนว่าที่ Let’s Relax นี่ไม่ธรรมดาแน่นอนตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงความสบายจากดนตรีบรรเลงสร้างบรรยากาศ แสงไฟนวลๆไม่แยงตา พนักงานที่ถูกฝึกมาให้เฟรนลี่และอ่อนโยนกับลูกค้าเป็นอย่างดี ด้วยความเป็นที่แรกเลยผมก็ไม่รู้จะนวดแบบไหน เลยให้น้องพนักงานแนะนำ เลยเลือก Dream package 90 นาที 850 บาท ราคาน่ารักๆกำลังดี เหมาะกับมือใหม่ที่แค่อยากมาลองเฉยๆ ส่วนใครอยากลองแบบอื่น เช่น นวดไทย, นวดน้ำมันและอื่นๆ เข้าไปเช็คราคาในเว็บไซต์ได้เลย

พอจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะให้เราเปลี่ยนรองเท้าเป็นของร้านที่ทำจากไม้สานแล้วค่อยเดินตามพนักงานเข้าไปในห้องเพื่อล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นบวกกับสครับเท้าด้วยเกลือหิมาลัยสบายๆฟินๆ

พอล้างเท้าเสร็จสรรพก็ย้ายมาอีกห้องนึงที่เป็นห้องนวด ซึ่งจะมีเตียงนวดนุ่มๆโดยเฉพาะ และเก้าอี้นั่งนวด

ในช่วงเวลา 90 นาทีที่พี่พนักงานทำการนวดในห้องนวดเหมือนหลุดไปอีกโลก ลืมความวุ่นวายของโลกภายนอก แล้วเคลิบเคลิ้มกับบรรยากาศภายใน เป็น 90 นาทีที่ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เรียกได้ว่าไม่อยากออกมาอีกเลย(นวดยาวๆได้มั้ย) แต่แล้วมีพบก็ต้องมีจาก เมื่อนวดเสร็จก็เดินออกมาที่จุดรับรองเพื่อทานข้าวเหนียวมะม่วงและชาอุ่นๆก่อนกลับบ้านอย่างอื่นเอม

2. Panpuri(ปัญปุริ)

เนื่องจากว่าร้านนวดแบบพรีเมี่ยมมีไม่กี่เจ้าหลังจากลองเจ้าแรกแล้วก็เกิดอยากลองอีกเจ้าที่อยู่ในตึกออฟฟิสเก่า เดินผ่านไปผ่านมาทุกวันแต่ไม่เคยขึ้นไปใช้บริการเลย วันนี้ไม่ได้ทำงานอยู่ที่แล้ว แต่อยากลองกลับมานวดดู เลยจัดไปกับโปรลด 50% De-stress Deep Tissue Massage 60 min จาก 2,600 บาท เหลือ 1,300 บาทเท่านั้น(ถึงลดแล้วแต่ในใจก็จุกอยู่) แต่เอาวะอยากลองนวดสบายๆดู มันจะต่างจากที่เดิมตรงไหนกันบ้างนะ

โดยรวมแล้วพี่พนักงานดูแลไม่ต่างกันเลยคือดีมากๆอ่อนโยนฝุดๆ ดูแลเราทะนุถนอมเหมือนลูกเลย อันดับแรกก็ส่งให้เราไปเปลี่ยนชุดและอาบน้ำก่อน เพราะแพ็คเกจนี้เป็นการนวดน้ำมัน โดยเราสามารถเลือกกลิ่นน้ำมันได้ 4 แบบ แต่ละกลิ่นก็จะมีฟีเจอร์ต่างกัน ทั้งแบบนวดแล้วสดชื่น หรือนวดแบบอ่อนโยนผ่อนคลายกับกลิ่นมะลิ(ผมจำได้อันเดียวเพราะเลือกอันนี้) ก็เลือกเอาที่เหมาะกับเราในตอนนั้นไป เพราะผมช่วงนั้นนอนไม่ค่อยหลับ(ส่วนตอนนี้หลับง่ายมาก แต่ฝันร้ายทุกคืน เฮ้อ)

พอเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำเสร็จก็เรียกพี่พนักงานเข้ามาในห้อง จากนั้นเริ่มขั้นตอนแรกคือการล้างเท้าด้วยน้ำอุ่นและส่วนผสมต่างๆ พอล้างเสร็จก็ไปขึ้นเขียง เฮ้ย ขึ้นเตียงนวด โดยรวมแล้วก็สบายๆเหมือนที่แรกเลย แต่เนื่องจากมีนวดน้ำมันด้วยเลยอาจจะรู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิมหน่อย นวดเสร็จก็ออกมาทานของทานเล่นและเครื่องดื่มคล้ายๆที่แรกเช่นกันครับ(ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เรย)

3. ธนาวดี

เรามีที่ร้านนวดทั่วไปราคาย่อมเยาว์ที่เข้าถึงได้ง่ายกันบ้าง หลังจากที่นวดสบายๆฟินๆกันมาแล้ว ผมเลยอยากลองจัดหนักดูบ้าง เนื่องจากทำงานหน้าคอมนาน อาจมีอาการออฟฟิสซินโดรมบ้าง รอบนี้เลยขอนวดไทย 60 นาทีไปเลย ผลออกมาว่าเฉยๆนะ พอรับมือได้ ไม่แน่ใจว่าเพราะดึกแล้วหมอนวดหมดแรงหรือเปล่าเลยนวดได้ไม่เต็มแรง แต่ก็โอเคนะ ส่วนการบริการก็ง่ายๆเป็นกันเอง อาจจะมีพนักงานเม้ามอยกันเองเยอะกว่า 2 ที่ข้างบน แต่คงแล้วแต่คนชอบ ถ้าไม่คิดมากชิวๆก็คงเฉยๆ แต่ถ้าใครอยากมาผ่อนคลายหาที่เงียบๆอาจจะไม่เหมาะกับที่นี่นะ ส่วนราคาอยู่ที่ 250/ชั่วโมงครับ

4. ร้านบัวสบาย นวดเพื่อสุขภาพ

อันนี้ต้องเล่าก่อนว่าพอดีวันนั้นผมไปหาซื้อเต๊นท์เพื่อเตรียมออกทริปเชียงใหม่เดือนมิถุนายน เลยไปที่ร้านย้านสะพานควาย หลังจากเสร็จธุระเลยจะแวะหาร้านนวด ซึ่งแถวๆนั้นมี 3-4 ร้าน ผมเลยเลือกมาร้านนึงที่ใกล้ๆ ซึ่งหน้าร้านจะมีผู้ชาย 2 คน ผมก็ไม่ได้สังเกตุมากคิดว่าเป็นพนักงานหรือลูกค้า เลยจะเดินเข้าไปสอบถามในร้าน ปรากฎว่าผู้ชาย 2 คนนั้นบอกผมว่าร้านนี้เป็นร้านนวดเกย์นะครับ(สุภาพมาก) ผมตกใจเล็กน้อยและก็ขอบคุณพี่เค้าไปพร้อมกับถอยออกมาอย่างช้าๆ(ในใจคือเกือบแล้ว) สุดท้ายเลยมาได้ร้านแถวๆซอยรางน้ำใกล้ๆคอนโดซึ่งก็คือร้านในหัวข้อนี้นี่เอง

ฝอยมาซะยาวมาเข้าเรื่องกันเลย อย่างแรกเลยคือพี่ที่ให้บริการข้อมูลที่หน้าร้านอธิบายดีมาก ผมเลยขอจัดแบบเดิมคือนวดไทย แต่ที่เพิ่มเติมคือ 2 ชั่วโมง ราคา 480 บาท เพราะว่าก่อนหน้านั้นยังไม่ซะใจ รอบนี้ต้องจัดหนักๆ

พอจ่ายเงินเสร็จก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วพี่พนักงานก็จัดให้เลย หนักสมใจ เสียงร้องเอ๊อะ อ๊ะ ของผมดังแบบไม่ขาดสาย คือคงสะใจหมอนวดมากๆแหละ ดูออก เพราะพี่ๆมีแซวว่าปกติคนอื่นมานวดจะหลับกัน ถ้าร้องแบบนี้พี่เขาจะอู้งานได้ยังไง โอ้โห้มีโม้ใส่อีก แต่ยอมรับเลยว่าที่นี่จัดหนักจริง บวกกับอัธยาศัยเป็นกันเองและไม่ค่อยเม้ามอยมากเลยทำให้ไม่เครียดมาก อันไหนเจ็บก็บอกได้ พี่เขาจะลดดีกรีความแรงลง แต่ก็คงมีแซวขำๆบ้าง(แล้วแต่คน) สรุปนวดเสร็จคือระบมจ้า วันต่อมาคือหมดแรงแทบเดินไม่ได้ คือไม่แน่ใจว่าทำไมต้องเอาร่างกายมาทรมาณด้วยนะ เหนื่อยพอๆกับขึ้นเขาเสร็จอ่ะ  แล้วขณะที่นวดบอกตรงๆว่ามีเผลอนึกถึงพ่อแม่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วย แนะนำให้นวดวันเสาร์ วันอาทิตย์นะ จะได้มีเวลาพักก่อนวันทำงาน แต่โดยรวมดีนะ ครั้งหน้าจะมาใหม่เลย แต่ขอแพ็คเกจอื่นนะ นวดไทยขอเว้นยาวๆเลย แบบปีละ 2 ครั้งพอ

สรุป

ทั้งหมดนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ช่วงนี้ได้ไปนวดมา หวังว่าจะมีประโยชน์ให้คนที่สนใจนวดบ้างนะครับ ถ้าให้เลือกว่าชอบที่ไหน ผมคงเลือก Let’s Relax เพราะราคาจับต้องได้ และอีกที่คือร้านบัวสบายที่ราคาย่อมเยาว์บวกกับพี่ที่ร้านอัธยาศัยดีใครชอบแบบไหนก็ลองไปนวดกันได้เลยทั้งแบบพรีเมี่ยมและแบบทั่วไปมีข้อแตกต่างกันพอสมควร ก็แล้วแต่งบประมาณและความชอบของแต่ละคนนะครับ ส่วนถ้าชอบบทความนี้กันก็กด Like/Follow Page Oatrice Story เพื่อเป็นกำลังใจได้เลยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากๆนะครับ บรัยยยย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: